๑. คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) และคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.)ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ได้พิจารณาเรื่อง การปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบคัดเลือกสำหรับข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีการร้องขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ในตำแหน่ง นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบล ๖ (ปลัด/รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ระดับ ๖) และตำแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ๖ (ปลัด / รองปลัดเทศบาล ระดับ ๖) เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายประจำของหน่วยงาน จึงจำเป็น ต้องมีทักษะ และประสบการณ์ในการบริหารงานในระดับที่สามารถบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในองค์กร ประกอบกับหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานบริหาร ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทไม่เป็นไปตามแนวทางเดียวกัน กล่าวคือ
อบต. ตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ๖ - ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ - และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี
เทศบาล ตำแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ๖ - ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานเทศบาลไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ - และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี ดังนั้น เพื่อให้พนักงานส่วนท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งในระดับ ๖ อยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน มีลำดับความก้าวหน้าในสายงานอาชีพอย่างชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ และเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งสำหรับตำแหน่งประเภทบริหาร (ปลัด/รองปลัดฯ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฝ่ายเลขานุการฯ ได้นำความเห็นของ อ.ก.อบต.โครงสร้างฯ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ และ อ.ก.ท.โครงสร้างฯ ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่เสนอให้ดำเนินการ ดังนี้
๑) ยกเลิกการสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานบริหาร - กรณีองค์การบริหารส่วนตำบล ยกเลิกตำแหน่งที่เปิดสอบตำแหน่งนักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบล ๖ (ปลัด/รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล) ตำแหน่งสายงานบริหารอื่นคงเดิม - กรณีเทศบาล ยกเลิกตำแหน่งที่เปิดสอบตำแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ๖ (ปลัด/รองปลัดเทศบาล) ตำแหน่งสายงานบริหารอื่นคงเดิม
๒) กำหนดตำแหน่งที่เปิดสอบเพิ่มเติมของการสอบคัดเลือกเปลี่ยนสายงาน เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในต่างสายงาน (สายงานนักบริหาร) และกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือก ดังนี้
อบต. ตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ๖ - ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหารไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ (หัวหน้าส่วน) - และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของ อบต. มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี - มีคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที ก.อบต.กำหนด (ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางกฎหมาย การปกครอง รัฐศาสตร์การบริหารรัฐกิจรัฐประศาสนศาสตร์ หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
เทศบาล ตำแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ๖ - ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานเทศบาลตำแหน่งบริหารไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ (ผู้อำนวยการกอง) - และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี - มีคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.ท.กำหนด (ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางกฎหมาย การปกครอง รัฐศาสตร์ การบริหารรัฐกิจ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือทางอื่นที่ ก.ท.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้ สำหรับตำแหน่งปลัด/รองปลัด ฯ ตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิม ๒. ก.อบต. ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มีมติเห็นชอบให้ ส่งเรื่องให้ อ.ก.อบต.กฎหมาย พิจารณาเสนอความเห็นต่อ ก.อบต. อีกครั้งหนึ่ง โดยมีข้อคิดเห็นในที่ประชุม ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ แม้ว่าจะมีเจตนารมณ์เพื่อให้ได้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งปลัด ผ่านประสบการณ์การบริหารมาก่อน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและตัวผู้ที่จะดำรงตำแหน่งตามที่ อ.ก.อบต.โครงสร้าง ได้เสนอมาก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลกระทบในเชิงระบบจำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เช่น ๑. ผลกระทบต่อผู้มีสิทธิเดิม ๒. แนวทางที่เป็นธรรม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอแนวทางในเรื่องดังกล่าว คือ (๑) ผลกระทบต่อผู้มีสิทธิเดิม ในประเด็นนี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับ ๖ ถือว่า เป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ แต่จะถือว่า กระทบสิทธิหรือไม่นั้น เห็นว่า มิใช่เรื่องกระทบสิทธิซึ่งอาจเทียบเคียงได้กับกรณีกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้มีสิทธิสมัคร ส.ส. ต้องมีคุณวุฒิปริญญาตรี ก็มิได้คุ้มครองว่า ผู้ที่ไม่จบคุณวุฒิปริญญาตรีก่อนรัฐธรรมนูญแก้ไข มีสิทธิสมัคร ส.ส. ได้ตลอดไป แต่จะคุ้มครองเฉพาะผู้ที่เคยเป็น ส.ส. เท่านั้น (๒) แนวทางที่เป็นธรรม การหยิบยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัตินั้น เกิดจากปัญหาในบางพื้นที่ที่มี การใช้ระบบอุปถัมภ์ แต่ที่ใดที่มีการสรรหาอย่างเป็นธรรมก็ถือว่า ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อองค์กร ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ควรจะมีประกาศเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ ปีว่าจะมีการแก้ไขหลักเกณฑ์ เพื่อให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนได้เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนประกาศฉบับใหม่จะมีผลใช้บังคับ ข้อเท็จจริง การพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการสอบคัดเลือก คัดเลือกพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานตำแหน่งบริหารของคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ในคราวการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ กลุ่มหรือชมรมข้าราชการส่วนท้องถิ่น ได้มีหนังสือร้องคัดค้านและแสดงความคิดเห็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าว มีดังนี้ ๑. กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือที่ มท ๐๒๐๕.๓/๑๐๕๙๐ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ ส่งข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของพนักงานส่วนท้องถิ่นดังกล่าวให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร จากผู้ใช้นาม “ ข้าราชการท้องถิ่นสายปฏิบัติงาน ระดับ ๖ และกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ ” มีหนังสือเรียนรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า ตามที่คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ในคราวการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ได้นำเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การสอบเปลี่ยนสายงานผู้บริหารในตำแหน่ง รองปลัด อบต. และปลัด อบต. โดยสาระสำคัญต้องผ่านการเป็นหัวหน้าส่วนมาก่อน เห็นว่า หลักเกณฑ์เดิมเปิดโอกาสให้สายงานปฏิบัติงาน ระดับ ๖ สามารถเข้ารับการสอบคัดเลือกได้โดยเท่าเทียมกันเหมาะสมดีแล้วจึงขอคัดค้านหลักเกณฑ์ใหม่ที่จะนำมาใช้ ๒. ผู้ใช้นาม “ ชมรมบุคลากรท้องถิ่น ” ได้มีหนังสือชมรมบุคลากรท้องถิ่น ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เรียนปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อร้องขอคัดค้านและเรียกร้องสิทธิแนวคิดที่จะแก้ไขหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกปลัดและรองปลัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ สรุปได้ว่า แนวคิดที่จะแก้ไขหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกดังกล่าว กระทบสิทธิต่อบุคคลจำนวนมาก ซึ่งเป็นแนวคิดของกลุ่มปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนใน ก.กลาง พยายามจะผลักดันโดยไม่ได้มองถึงผลกระทบที่จะตามมาอีกมากมาย ชมรมบุคลากรท้องถิ่นจึงไม่เห็นด้วยตามแนวคิดดังกล่าว และขอเรียกร้องสิทธิ ดังนี้ ๑) ขอให้ยกเลิกแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากเป็นแนวคิดที่มีปัญหาในการร้องเรียน การฟ้องศาลปกครอง และปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา และจะเกิดความแตกแยกของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ๒) ข้อร้องเรียนดังกล่าวที่ชมรมบุคลากรเรียกร้อง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย และปัญหาต่างๆ จะได้ไม่เกิดขึ้น
ข้อกฎหมาย ๑. ประกาศ ก.ท. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบคัดเลือกสำหรับพนักงานเทศบาล ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯลฯ ข้อ ๔ หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือก คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกในแต่ละตำแหน่งให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดแนบท้ายนี้ฯลฯ ๒. การสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานบริหาร ๒.๑ ตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือก ๑) นักบริหารงานเทศบาล ระดับ ๖ ฯลฯ ๒.๒. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือก ๒.๒.๑ ตำแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ระดับ ๖ ๑) ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ ๒) เคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี ๓) มีคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.ท.กำหนด ฯลฯ ๒. หนังสือสำนักงาน ก.อบต. ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๒๔๒ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ แจ้งมติ ก.อบต. เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกคัดเลือกของพนักงานส่วนตำบล ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๕ ฯลฯ ๒. การสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานบริหาร ๒.๑ ตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือก ๑) นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบล ระดับ ๖ ฯลฯ ๒.๒. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือก ๒.๒.๑ ตำแหน่งนักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบล ระดับ ๖ ๑) ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ ๒) เคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี ๓) มีคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.อบต.กำหนด ฯลฯ
ข้อพิจารณา อ.ก.อบต.กฎหมาย ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณาตามมติคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๕ และครั้งที่ ๗/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ได้เห็นชอบกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก คัดเลือกของพนักงานส่วนตำบล มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๕ ในส่วนที่กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกตำแหน่ง นักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ ไว้ โดยมีสาระ สำคัญคือ พนักงานส่วนตำบลที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ และเคยปฏิบัติงานในความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี และมีคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.อบต. กำหนด นั้น เป็นกรณีที่หลักเกณฑ์ได้รับรองและคุ้มครองให้พนักงานส่วนตำบลผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนดังกล่าว ได้รับประโยชน์ในฐานะเป็นผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานตำแหน่ง นักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ ทั้งนี้ ในขณะที่ ก.อบต. มีมติในการประชุมครั้งดังกล่าว หัวหน้าส่วนราชการตามโครงสร้างส่วนราชการหลักขององค์การบริหารส่วนตำบล มีน้อยประกอบด้วย ปลัด อบต. หัวหน้าส่วนการคลัง และหัวหน้าส่วนโยธา เท่านั้น ต่อมา เมื่อโครงสร้างส่วนราชการขององค์การบริหารส่วนตำบล พัฒนาขึ้นทำให้มีส่วนราชการในสังกัดมากขึ้น มีตำแหน่ง รองปลัด อบต. และหัวหน้าส่วนราชการเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ ก.อบต. ประสงค์จะปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ ขึ้นใหม่ ให้มีสาระสำคัญที่สอดคล้องกับโครงสร้างส่วนราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลที่เปลี่ยนแปลงไป คือ ประสงค์ที่จะกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ โดยจะต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหารไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ (หัวหน้าส่วน) เงื่อนไขดังกล่าว ย่อมกระทบต่อสิทธิของพนักงานส่วนตำบลที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ ในสายงานผู้ปฏิบัติ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ฯ ที่กำหนดไว้และใช้บังคับอยู่เดิม ฉะนั้น การปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก (ใหม่) ดังกล่าว จึงต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม และผลกระทบแก่ผู้ที่เคยได้รับการรับรองและคุ้มครองสิทธิในการสมัคร สอบคัดเลือกของพนักงานส่วนตำบลกลุ่มนี้ที่จะต้องสูญเสียสิทธิในการสมัครสอบคัดเลือกที่มีอยู่เดิม ดังนั้น จึงสมควรกำหนดหลักการคุ้มครองสิทธิของพนักงานส่วนตำบลผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ฯ ที่กำหนดไว้เดิม และยังคงใช้บังคับในปัจจุบัน และปรับปรุงหลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก เสียใหม่ ดังนี้ (๑) การปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ เนื่องจาก ตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ (ปลัด อบต. /รอง ปลัด อบต.) มีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดหรือผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ และลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลที่จะต้อง มีทักษะ และความรู้ในการบริหารงานขององค์กรในระดับที่สามารถจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลซึ่งบุคคลนั้นจะต้องมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารแผนงาน การบริหารแผนงบประมาณ และการเงิน และการบริหารงานบุคคลมาก่อน อีกทั้ง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกสายงานบริหารตำแหน่ง นักบริหารงาน อบต. ระดับ ๗ และระดับ ๘ รวมทั้ง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการเข้าสู่ตำแหน่งนักบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ไม่ได้กำหนดให้สายงานผู้ปฏิบัติมีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก ดังนั้น จึงควรมีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกตำแหน่งนักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ ใหม่ โดยมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนใหม่คือ ผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหารไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี (๒) บทคุ้มครองสิทธิ การปรับปรุงหลักเกณฑ์หลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก คัดเลือก ของพนักงานส่วนตำบล เฉพาะในเรื่องส่วนกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกตำแหน่ง นักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ ดังกล่าว ควรกำหนดให้มีบทเฉพาะกาล เพื่อคุ้มครองสิทธิพนักงานส่วนตำบลผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่มีอยู่เดิม โดยให้ประกาศมีผลใช้บังคับต่อไปอีก ๑ ปีนับแต่วันที่ประกาศใช้ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมติ ก.อบต. ครั้งที่ ๗/๒๕๔๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ที่กำหนดจัดสอบคัดเลือกปีละ ๔ ครั้ง โดยให้ ก.อบต.จังหวัด ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ ครั้งที่ ๑ วันเสาร์ที่สองของเดือนมีนาคม ครั้งที่ ๒ วันเสาร์ที่สองของเดือนมิถุนายน ครั้งที่ ๓ วันเสาร์ที่สองของเดือนกันยายน ครั้งที่ ๔ วันเสาร์ที่สองของเดือนธันวาคม จึงเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานส่วนตำบลผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่เดิม มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกต่อไปอีกระยะหนึ่ง จำนวน ๔ ครั้ง (๓) รูปแบบของกฎ ประกาศมติ ก.อบต. เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก คัดเลือกของพนักงานส่วนตำบล ฉบับลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๕ ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานผู้บริหารไว้และใช้บังคับอยู่เดิม ที่ไม่ใช่ประกาศมาตรฐานทั่วไปของ ก.อบต. จึงอาจได้รับการโต้แย้งคัดค้านได้ว่า ประกาศมติ ก.อบต. เรื่องดังกล่าว ไม่มีลักษณะ เป็นกฎตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่กำหนดให้จัดทำเป็นมาตรฐานทั่วไป อีกทั้งไม่สอดคล้องกับหลักการปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยวางหลักไว้สรุปว่า “…ตามหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยความแน่นอน และชัดเจนของกฎหมายไม่ว่าจะเป็นพระราช บัญญัติหรืออนุบัญญัติจะต้องมีความแน่นอนและชัดเจนเพียงพอให้บุคคลที่อยู่ในบังคับสามารถเข้าใจได้ และสามารถกำหนดพฤติการณ์ของตนเองได้... ซึ่งการกำหนดมาตรฐานทั่วไปของ ก.ท. ที่ผ่านมาก็ได้จัดทำเป็นรูปแบบของประกาศ ก.ท. เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบแข่งขันสำหรับพนักงานเทศบาล ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๗ มีการลงนามโดยประธาน ก.ท. และมีการแจ้งเวียนไปยัง ก.ท.จ. ทุกแห่ง จากหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยความแน่นอนและชัดเจนของกฎหมาย ประกอบกับวิธีปฏิบัติในการตราอนุบัญญัติของไทยที่ผ่านมาและวิธีปฏิบัติของ ก.ท. เอง จึงสรุปได้ว่าการกำหนดมาตรฐานทั่วไปโดย ก.ท. นั้น ต้องกระทำ ในรูปแบบของประกาศ ก.ท. ที่มีการลงนามแสดงความรับผิดชอบโดยประธาน ก.ท. มีการระบุวันที่ที่มีการประกาศใช้ประกาศดังกล่าว และมีการประกาศให้ผู้ที่อยู่ในบังคับได้ทราบโดยทั่วกัน...” (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๖๔- ๗๙/๒๕๕๑) ดังนั้น การปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ ในเรื่องดังกล่าว ควรให้จัดทำเป็นประกาศมาตรฐานทั่วไปของ ก.อบต. เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก คัดเลือกของพนักงาน ส่วนตำบล เสียใหม่ทั้งหมด (๔) วันที่มีผลใช้บังคับ วันที่มีผลใช้บังคับของประกาศ ก.อบต. ฉบับที่ปรับปรุงใหม่ ควรกำหนดระยะเวลาใช้บังคับหลัง จากประกาศ ก.อบต. ฉบับนี้ มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ อาจกำหนดวันที่มีผลใช้บังคับโดยระบุวันเดือนปีที่แน่นอน เช่น ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ หรือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ เป็นต้น เพื่อให้ ก.อบต.จังหวัด ทุกจังหวัดมีโอกาสและระยะเวลาในการเตรียมจัดทำเป็นประกาศ ก.อบต.จังหวัด ใน เรื่องนี้ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกัน โดยมิให้วันที่มีผลใช้บังคับของประกาศ ก.อบต.จังหวัด ขัดหรือแย้งกับวันที่มีผลใช้บังคับของประกาศ ก.อบต. ฉบับนี้ ข้อเสนอ จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา ข้อคิดเห็นที่ประชุม คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก - เพื่อให้การกำหนดคุรสมบัติในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในการเปลี่ยนสายงานไปดำรงตำแหน่งรองปลัด อบต. ระดับ ๖ เช่นเดียวกับรองปลัด อบต. ระดับ ๗ จึงสมควรกำหนดเงื่อนไขให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ ระดับ ๖ อย่างน้อย ๒ ปี มติที่ประชุม เห็นชอบตามที่ อ.ก.อบต.กฏหมาย เสนอ ดังนี้ ๑. ให้ปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกตำแหน่ง นักบริหารงาน อบต. ระดับ ๖ ใหม่ โดยมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนใหม่คือ ผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก ต้องดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหารไม่ต่ำกว่าระดับ ๖ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี ๒. ให้จัดทำเป็นประกาศมาตรฐานทั่วไปของ ก.อบต. เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกของพนักงานส่วนตำบลโดยกำหนด ๓. บทเฉพาะกาล เพื่อคุ้มครองสิทธิพนักงานส่วนตำบลผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่มีอยู่เดิม ให้ประกาศมีผลใช้บังคับต่อไปอีก๑ ปีนับแต่วันที่ประกาศใช้ ๔. วันที่มีผลใช้บังคับควรระบุเป็นวันที่ให้ชัดเจนเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับอ้างอิงวันที่มีผลใช้บังคับพร้อมกันทั่วประเทศ
....................ด้วยความเคารพ.............. ปลัดเชื้อ ฮั่นจินดา
